กฤษณ์ เผยข่าวช็อกถอยจากแบรนด์เจลาโตดัง ลุยโปรเจกต์ใหม่เรียกร้อง
กฤษณ์ หลังหายหน้าจากวงการบันเทิงและโซเชียลไปนานถึง 5 ปี “กฤษณ์ศรีภูมิเศรษฐ์” แทงบอลแบบทบ เปิดเบื้องหลังชีวิตในรายการ Woody Talk ที่หลายคนไม่เคยรู้ จนกลายมาเป็นเชฟเจลาโตที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ ในวันที่ PARAMETER สล็อตลาวา กำลังเป็นกระแสและมีลูกค้าต่อคิวยาว กลับเปิดเผยเรื่องที่หลายคนคาดไม่ถึงว่าไม่ได้รับเงินเดือนจากร้านและตั้งใจจะเข้ามาทำเพียงช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แต่แบรนด์ดังเกินคาดจึงยังไม่สามารถถอยออกมาได้ พร้อมยืนยันว่าไม่เสียดายแม้ต้องออกจากธุรกิจในช่วงขาขึ้น เพราะมีโปรเจกต์ใหม่ที่ใหญ่กว่าและเป็นสิ่งที่หัวใจเรียกร้องรออยู่

กฤษณ์ เผยข่าวช็อกเตรียมถอยจากแบรนด์เจลาโตดัง! ลุยโปรเจกต์ใหม่ที่หัวใจเรียกร้อง
ก่อนที่ผมจะเรียนทำเจลาโต ผมเรียนทำขนมมาก่อน ซึ่งขนมแบ่งออกเป็นสองสาย คือ Bakery กับ Pastry เบเกอรีจะเป็นพวกขนมอบหรือขนมปัง ส่วนเพสตรีจะเป็นพวกขนมเค้ก เอาแบบคร่าว ๆ นะครับ ผมเรียนทำไอศกรีมมาก่อนแล้วผมชอบ พอไปเรียนเจลาโตที่ไทยก็รู้สึกสนุก แต่ก็เกิดความสับสนว่าทำไมบางแห่งบอกว่าเจลาโตคือไอศกรีมของคนอิตาลี แต่บางแห่งกลับบอกว่าเจลาโตกับไอศกรีมเป็นคนละอย่างกัน เรียนจากทุกสถาบันที่ดังในไทย แต่ละแห่งตอบไม่เหมือนกันเลย ผมจึงไปเรียนแบบส่วนตัวกับเชฟชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นอาจารย์สอนอาจารย์อีกทีในสถาบันนานาชาติ ช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด ผมเรียนและอยู่กับเขาประมาณสองถึงสามวัน พอเรียนไป เขาก็บอกว่าจริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นของเจลาโตมีความสับสนมาก เพราะคนนำสูตรไปปรับเปลี่ยนกันเยอะ แต่จุดเริ่มต้นจริง ๆ อยู่ที่อิตาลี ตอนนั้นเมื่อหกปีที่แล้วผมยังไม่มีความรู้ เชฟฝรั่งเศสคนนั้นเลยบอกผมว่า “คุณดูบ้ามาก คุณไปอิตาลีเลย ไปเรียนที่นั่น” ผมเลยบินไปเรียนทำเจลาโตที่มหาวิทยาลัยตามที่เคยเปิดให้ดู เรียนจนจบก็มั่นใจมากว่าทำได้เก่งแล้ว กำลังจะซื้อเครื่องรุ่นใหม่ (Modern Machine) เพื่อเตรียมกลับเมืองไทยเมื่อหกปีที่แล้ว ช่วงโควิดเลยครับ ตอนนั้นมีการประท้วงอย่างหนัก กลับเมืองไทยไม่ได้ เพราะอิตาลีล็อกดาวน์ และไทยก็กำลังจะเริ่มล็อกดาวน์ สถานการณ์เริ่มวุ่นวาย จึงตัดสินใจไม่กลับ และเที่ยวต่อพร้อมกับชิมเจลาโตไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปพบกับร้านที่เป็นคลาสสิกเจลาโต
ไม่เข้าใจครับ ตอนที่ผมเรียนแบบโมเดิร์น ซึ่งเป็นแบบที่ทุกคนทำผมเคยไปเถียงอาจารย์ที่นั่นว่า “คุณบ้าหรือเปล่า เจลาโตมีมาหมื่นปี เป็นไปไม่ได้ ตลกแล้ว คุณพูดเกินจริง” เขาเลยบอกให้ผมตามมา แล้วพาผมไปที่พิพิธภัณฑ์ให้ผมอ่าน ซึ่งผมอยากเปิดให้ดูมาก ในนั้นระบุเลยว่า เจลาโตมีมาตั้งแต่ 12,000 ปีก่อนคริสตกาล
กฤษณ์ศรีภูมิเศรษฐ์ ผมอยากอธิบายให้ชัดเจนครับว่า ระยะเวลา 5 ปีในที่นี้ไม่ใช่การเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงอย่างเดียว ตอนเรียนโมเดิร์นเจลาโตผมใช้เวลาเรียนหนึ่งปี พอเรียนจบแล้วได้ไปพบกับคลาสสิกเจลาโต ได้ลองรับประทานแล้วรู้สึกประทับใจมาก จนรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ได้เก่งอย่างที่เคยมั่นใจตอนเรียนโมเดิร์น มันเหมือนความรู้สึกเวลาที่เรามั่นใจว่ารู้อะไรบางอย่างดี แต่พอไปต่างประเทศแล้วได้พบสิ่งใหม่ จึงรู้ว่าเราไม่ได้รู้จริงหรือเก่งจริง เลยทิ้งเรื่องนั้นแล้วเริ่มเรียนใหม่ ระยะเวลา 4 ปีหลังจากนั้นผมเรียนทำคลาสสิกเจลาโต 2 ปี เรียนเรื่องการคั่วถั่วครึ่งปี และเรียนการทำเพสต์ (Paste) เพื่อให้มีความละเอียดและเข้าสูตรได้อย่างสมบูรณ์อีก 1 ปีครึ่ง การเรียนในที่นี้คือการเดินทางไปเรียน กลับมาทดลองในห้องปฏิบัติการ แล้วกลับไปทดสอบชิม ฝึกทำสลับกันไปมาอยู่แบบนี้ตลอด 5 ปีครับ
ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับสังคมวัฒนธรรมอิตาเลียนบ้าง มีความใกล้เคียงกับคนไทยไหม ?
กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ : ผมว่าคนอิตาเลียนมีความคล้ายคนไทยครับ เขามีความอัธยาศัยดี มีความต้อนรับ และไม่หวงวิชา เวลาถามอะไรเขาก็ตอบและช่วยสอน เขาเป็นคนสนุกสนาน น่ารัก และคล้ายคนไทยมาก คนอิตาเลียนน่ารักมาก
คุณบอกว่า “ผมเป็นแค่เชฟ” อินมากถึงขั้นเอาตัวเองเข้าแลกกับการทำคอนเทนต์การตลาดรุกหนักจนคนมองว่า Rage Marketing ได้รับการตอบกลับอย่างไรบ้าง ?